![]()
"soul mate" ![]()
ได้จาก fwd mail แหละนะ
แต่อยากเอามาเขียนใหม่ เพิ่มเติมอีกหน่อย ตามความรู้สึกน่ะ
"soul mate"
ได้อ่าน "ทะเลาะกับหนัง" ของ พรพิมล ลิ่มเจริญเค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า....
"soul mate" จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือป็น
1. ต้องเคยใช้ชีวิตในชาติปางก่อนมาด้วยกัน
2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆ มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน
รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย
คำว่า "soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว
แต่มีถึง 3 แบบด้วยกัน
แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates
คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้
เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้
ที่อยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาในชีวิต มาให้ความช่วยเหลือ
แบบไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน
หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว
แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต
เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด
เสมือนหนึ่ง ติดหนี้ชีวิตกันเอาไว้ และมาพบกันชาตินี้ ก็เลยมาชดใช้หนี้กรรมด้วยกัน
[หนี้กรรม และหนี้ชีวิตที่อ้างถึง ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอย่างเดียว หากแต่เป็นหนี้ชีวิตที่ดีต่อกันก็เป็นได้]
แบบนี้เคยเจอนะ ....
แต่ยังไม่อยากเล่าตอนนี้งิ
แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว
พอชาตินี้มาเจอกันอีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก
คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า
แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่
พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต
ประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก
ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร
นี่แหละ ...อยากจะบอกว่า มีเยอะเลย อย่างพวกเราในคลับเหลิมนี่ไง
รู้จักกันมาก่อนรึ ก็เปล่า ... แต่ไหง มิตรภาพของเรามันผูกพันแนบแน่น
จนแทบจะติดกันอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ อยู่หนไหน ตำบลใด ก็มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย
โดยที่ไม่ต้องเรียกร้องความสนใจใดๆ เลย
ส่วนความสุข ไม่ต้องพูดถึงเลย ว่าจะมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มากมายแค่ไหน
มาร่วมยินดี กับความสุขนั้นด้วย
นั่นคงจะแปลว่า เราเคยเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติภพแล้วงั้นซิ ....จริงม๊ะ
รวมไปจนถึงเพื่อนซี้ ....
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไกลเพียงใด อยู่ๆ ก็นึกถึงกัน
เคยเล่าไปหนนึงแล้ว ...
ช้อนชาฯ มีเรื่องเศร้าใจ ก็โทรไปหา มันดันโทรกลับมาพอดี
แล้วถามว่าเป็นไง ... เท่านั้นเอง ต่อมน้ำตาก็แตก
บอกมันไป ว่า เหมือนแก รู้ ว่าชั้นกำลังมีเรื่องร้อนใจ
เพื่อนมีเรื่องทุกข์ใจ ช้อนชาฯ โทรไป
มันร้องไห้ใหญ่เลย บอกว่า เหมือนแกรู้เลย ว่าชั้นกำลังอยากคุยด้วย
เหตุการณ์แบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครก็ได้
แล้วเพราะอะไรมันถึงวนเวียนเกิดขึ้นอยู่กับเราและคนใกล้ตัวเนอะ
เรื่องแบบนี้ พิสูจน์ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากที่จะสัมผัสมันได้หรอกนะ
เคยม๊ะล่ะ ...ที่พอคิดถึงใคร แล้วอยู่ดีๆ มันก็ดันโทรมา
ช้อนชาฯ เป็นบ่อยเลย
ไม่รู้ว่า จะมีใครเป็นเหมือนกันมั้ย
พอได้ยินเสียงทอระสับ เพลงนั้นๆ
แล้วมันต้องกระเสือกกระสนไปรับ
ก็ทอระสับ มันทำให้ระยะห่างที่มีต่อกัน มันสั้นลงยังไงล่ะ
อยากจะบอกว่า ขณะพิมพ์นี่อยู่ ก็เห็นชื่อมันลอยหน้าลอยตา มาทันทีเลย
จริงๆ นะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ
Soul Mates ของชั้น!!
แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates
แบบนี้มีคนเดียว ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม
ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว
เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว
เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน
พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์
(มันจะมีอาการขนาดนั้นเลยเหรอ...เค้าเขียนเว่อร์ไปหรือเปล่าเนี่ย)
จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือเนื้อคู่แท้ๆ
ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
พวกที่เอะอะปิ๊งเอะอะปิ๊ง ห้ามมั่วนิ่ม! เด็ดขาด
Soul Mates ประเภทนี้ เข้าใจว่าหายากนะ
แต่ถ้าใครเจอแล้ว ก็คงดีไม่น้อย
แต่ถึงแม้จะยังไม่เจอ หรือคงจะไม่เจอเลย ก็ไม่แปลก
นั่นไม่ใช่เพราะว่า เราไม่มี Soul Mates
เพียงแต่ เนื้อแท้ของ Soul Matesนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องไขว่คว้า หรือเสาะแสวงหา
ถ้าดวงคนเราจะมี มันก็มีขึ้นมาซะอย่างนั้น
บางที Soul Matesประเภทที่ 3 นี้ อาจจะมีแต่ดันอยู่คนละขั่วโลก ก็เป็นได้
แล้วจะหากันเจอมั้ยล่ะ จริงมั้ย
คิดได้ดังนั้น ถึงแม้ว่า จะเจอ Soul Mates ประเภทไหนก็เถอะ
ก็เชื่อว่า เนื้อแท้ของมิตรภาพที่เราเห็นกันอยู่นี้
คือความเป็นจริง ที่หาอะไรมาทดแทนได้ยากแล้ว
รักษาและดูแลเอาไว้ให้ดี ล่ะ
แล้วทั้งชีวิตที่ผ่านมาเคยเจอ Soul Mates กันบ้างมั้ย

ช้อนชาสีน้ำเงิน 
มาสเตอร์แชมป์