งานเขียนชุดนี้
ขอมอบแด่ดวงดาวบนฟ้า
ที่มองลงมายังพื้นดิน
ขอให้เค้าหลับสบายตลอดไป 
หลับตาเถอะนะ แล้วเราก็จะพบกัน อาจเป็นเพียงฝันก็พอใจ หลับตาเถอะนะ ถึงตัวเราจะแสนไกล ห่างกันเพียงไหนเหมือนใกล้กัน ขอบฟ้าอยู่ไม่ไกล เพราะว่าใจเป็นหนึ่ง และใจนั้นส่งถึง เพราะว่ายังห่วงใย หลับตานานๆ คิดถึงวันเก่า จะยังมีเราสองคน
เป็นเพลงที่เด็กหญิงตะวัน ร้องกล่อมหมาน้อยที่อยู่ในอ้อมกอด เธอเพียงต้องการให้จีจี้ส์ สุนัขขอเธอพักผ่อนให้สบาย ... 7 ปี ที่ผ่านมา จีจี้ส์ให้ความสุขกับเธอมาตลอด ตอนนี้ถึงเวลา .... ที่จีจี้ส์จะได้สบายบ้างแล้ว หลับให้สบายนะจีจี้ส์ ม่ามี๊ จะนอนหลับคิดถึงหนูทุกคืน... ตะวันพูด พลางเอามือลูบหัวสุนัขพันธุ์พินช์เชอร์ มินิเอเจอร์ ของเธอ
เช้าวันที่ 24 พฤษภาคม 2546
7.00 น. ตะวันเช็ดตัวจีจี้ส์ ที่กำลังนอนตาแป๋วอยู่ในที่นอน ซึ่งเครอะไปด้วยคราบน้ำลายและเลือดที่จีจี้ส์สำลอกออกมาจากปาก จากนั้นคุณแม่ก็จัดการเก็บที่นอนเอาไปซัก และตากให้ เพื่อเย็นนี้..จีจี้ส์จะได้กลับมานอน ในที่นอนสบายๆ
7.10 น. เดินทางไปโรงพยาบาลสัตว์ ที่ ม.เกษตร
7.30 น. หวังว่ามาถึงแต่เช้าจะได้ยาเร็วขึ้น แต่ขนาดไปเช้าแล้ว ตะวันยังได้ บัตรเบอร์ 46 เลย
แต่ไม่เป็นไรเนอะ ยังไงม่ามี๊ก็คอยได้ จีจี้ส์เองก็นอนคอยหมอ เจอเพื่อนเยอะแยะเลยจริงมั้ยลูก
10.00 น. จีจี้ส์เข้าพบหมอ เพื่อฟังพบเลือด ที่เมื่อวาน เขาเจอะเอาเลือดหนูไปตรวจ
หมอ : เขาเป็นโรคโลหิตจางค่ะ ยังไงต้องรอดูอาการไปอีกระยะนึง ให้น้ำเกลือไปก่อน ถ้าร่างกายแข็งแรงแล้ว พยายามป้อนอาหารนะคะ ยังไงให้ซื้ออาหารสัตว์ป่วยไปป้อน จะได้มีแรงพอที่จะสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาน่ะนะ เดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงไปให้ทานด้วย ค่ะ... อ่อ ...เดี๋ยวไปรอที่หน้าห้องเบอร์ 16 หมอสั่งฉีดยาบำรุง ให้ค่ะ
10.30 น. ตะวันจัดแจงอุ้มจีจี้ส์ไปรอคิวหน้าห้องเบอร์ 16 และตัวเองก็เดินไปซื้ออาหารสัตว์ป่วยใน เพ็ทช้อป อาหารอะไรไม่รู้ แพงชะมัดเลย ขนาดเท่าปลากระป๋องตรา สามแม่ครัว แต่ราคา 110 บาท ตะวันบ่นเบาๆ ขณะนั่งลงข้างๆ จีจี้ส์ ที่นอนลืมตาโพล่งในตะกร้า แต่ถึงอย่างไงก็ซื้อนะ เนอะจีจี้ส์เนอะ เพราะเย็นนี้ต้องเอาไปป้อนลูกสาวตัวดี จะได้มีแรง หวังเอาไว้ว่าหนูจะหายดี จริงไหม แค่ 110 บาท ยังไง ม่ามี๊ก็ซื้อนะลูกนะ
10.45 น. ผู้ช่วยหมอ : คุณตะวัน สุนัขชื่อจีจี้ส์ ค่ะ
สิ้นเสียงประกาศของผู้ช่วยหมอ ตะวันก็อุ้มตะกร้าที่มีจีจี้ส์อยู่ข้างใน เข้าห้องเบอร์ 16 ไป หมอจัดแจงถอดสายน้ำเกลือ แล้วเอาเข็มฉีดยาเสียบแทน เข็มแรกเป็นยาบำรุง ฉีดเข้าเส้นเลือด ยาค่อยๆ เดินเข้าไป จีจี้ส์คงเจ็บปวดมากนะ ตะวันคิด... แต่หนูดิ้นไม่ไหว หนูไม่มีแรงแล้ว ใช่ไหม ... จากเข็มแรก ถึงเข็มที่ 2 หมอบรรจงฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ช่วงหลังคอ ยาเดินเร็วมาก ตะวันไม่รู้ว่า ยาที่ฉีดเข้าไปนั้นมันคือยาอะไร แต่ ...แต่ มันทำให้...มันทำให้จีจี้ส์ เกร็ง เหยียด และ น็อคไปในที่สุด...
ตะวันตกใจมาก แผดเสียงลั่นห้อง หมอคะ หมอ !! หมาหนู มันเป็นอะไรคะ!!!!
หมอ : มันเหยียด มันเหยียด อุ้มไปเลย อุ้มไปห้อง ER2 เลย
หมอสั่งผู้ช่วย ให้อุ้มจีจี้ส์ วิ่งไปที่ห้องฉุกเฉิน ตะวันได้แต่ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก และน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุดตั้งแต่ตอนนั้น
11.00 น. ผู้ช่วยหมอ : เจ้าของคะ เชิญไปรอที่หน้าห้องฉุกเฉินเลยนะคะ
ตะวันเดินจับมือกับพ่อไปทางยืนคอยอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เธอแอบมอง หมอและผู้ช่วยหลายคนรุมช่วยกัน ปั้มกู้หัวใจจีจี้ส์ขึ้นมา ตอนนี้จีจี้ส์หายใจแล้ว และกลับมาอยู่กับตะวันอีกครั้ง
11.30 น. หมอ : เจ้าของคะ เมื่อสักครู่ เขาหัวใจหยุดเต้นไปแล้วนะคะ แต่หมอกู้คืนมาให้ได้ ตอนนี้เขาหายใจแล้วค่ะ หมอให้อ๊อกซิเยนและก็สารแทนเลือด ยังไงหมอเจาะเลือดไปตรวจดูอีกครั้งนะคะ หมอคาดว่ามันคงจะเป็นโรคไต บวกกับเลือดจาง ยังไงเดี๋ยวรอดูอาการอีกระยะ และรอผลเลือดด้วยนะคะ
หัวใจของตะวันแทบจะสลาย เธอรีบเข้าไปดูสุนัขอันเป็นที่รักของเธอที่นอนอยู่บนเตียงฉุกเฉิน จีจี้ส์ยังหายใจอยู่ หนูยังอยู่กับม่ามี๊ ยังไงม่ามี๊ก็จะคอยหนูจนกว่าหนูจะตื่นนะลูกนะ
12.40 น. จีจี้ส์รู้สึกตัว ทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นเพื่อจะพลิกตัว สายน้ำเกลือ สายท่ออ๊อกซิเยนระโยงระยางอยู่รอบตัว มันทำให้หนูรำคาญใช่มั้ยลูก หนูต้องใจแข็งไว้นะ เดี๋ยวหายแล้ว ม่ามี๊จะให้หมอเอาออก แล้วเราก็ไปวิ่งเล่นด้วยกัน ไปขับรถเล่นกัน นะลูกนะ ตะวันพูด ใบหน้าบิดเบี้ยว เพราสู้รบกับความเจ็บปวดใจที่เกินจะทบรับได้ ว่าสุนัขของเขากำลังจะจากไป
13.00 น. จีจี้ส์ตื่นลืมตาแล้ว ตาแป๋วเลย ... จ๊ะเอ๋ ตื่นแล้วเหรอลูก จีจี้ส์ได้ยินทุกอย่าง.. หูของเขากระดิก และเหลือกตามามองตะวัน เจ้านายรักของมัน เป็นไงบ้างลูก เพลียมั้ย หิวรึเปล่า เดี๋ยวกลับบ้านกันน๊ะ ตะวันพูดไปเรื่อยๆ ไม่ได้หวังให้จีจี้ส์ตอบ แต่ก็หวังอยากให้จีจี้ส์รู้ว่าตะวันอยากพูดกับเขามากๆ ม่ามี๊ไม่ได้กินข้าวเลย กินไม่ลงแล้ว ม่ามี๊เฝ้าดูหนูอยู่ตลอด กลัวหนูจะไม่หายใจอีก ม่ามี๊ทนไม่ได้หรอกนะลูก ตะวันได้แต่ภาวนา ให้จีจี้ส์หายดี จะได้กลับบ้านพร้อมกัน
13.20 น. หมอ : ผลเลือดออกมาแล้วนะคะ คือ... เขาเป็น ไตวายเรื้อรัง ค่ะ ดูเหมือนว่าจะเป็นมาระยะนึงแล้ว เพราะจากประวัติ ที่มาพบหมอ เจ้าของบอกว่า เขามีกลิ่นปาก มานานมาก นั่นไม่ใช่กลิ่นที่มาจากหินปูนและฝันผุ อย่างที่เข้าใจ แต่เป็นที่ลิ้นค่ะ ลิ้นช่วงล่างของเขา ตายหมดแล้ว คือลิ้นปกติ ถือเป็นเนื้อดี แต่ที่เขาเป็นอยู่นี้ คือเนื้อตายหรือเนื้อเสียค่ะ ไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งมันจะเจ็บมาก และเขาไม่ยอมให้ตรวจดู เราเลยไม่รู้ว่าเขามีแผลอะไรในช่องปาก ทำให้ไม่ได้ทำการรักษามานาน ลิ้นที่ตายนี้ เป็นเพราะไตค่ะ ไตไม่สามารถขับของเสีย หรือพิษในร่างกายออกได้ ก็เลยมาออกผลข้างเคียงที่อื่นๆ ประจวบกับที่เขาเป็นโรหิตจางช่วงนี้ก็เลยทรุดค่ะ เพราะเกร็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดไม่เข้าไปหล่อเลี้ยงไต ก็เลยเกิดอาการไตวายฉับพลัน แล้วตกลงว่าเขาจะหายมั้ยคะหมอ ตะวันพูด และน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
หมอ : ก็ยังไม่แน่นะคะ เพราะเขาเป็นโรคมาได้ระยะนึงแล้ว โอกาสก็ยังพอมี แต่หมอไม่รับรอง คือว่า ไตวายไปแล้ว 75% เหลือโอกาสแค่ 25% เท่านั้นค่ะ ถ้ายังไงแล้วรอดูอาการอีกซักระยะนึง แล้วถ้าดีขึ้นก็กลับบ้านได้ แล้วพรุ่งนี้ก็กลับมาให้หมอดูอาการอีกครั้งนะคะ หมอจะจัดยาบำรุงให้ ส่วนเนื้อลิ้นที่ตายแล้วนั้น พอเขาแข็งแรง สามารถสร้างเกล็ดเลือดได้เพิ่มขึ้นแล้ว ไตทำงาน เนื้อตายก็จะค่อยๆ หลุดไปเอง อันนี้ไม่ต้องเป็นห่วง แต่คงต้องทำความสะอาดตลอดเวลา อย่าให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมาอีกนะคะ หมอพูดพร้อมกับหันหลังกลับไปดูอาการจีจี้ส์
คือว่า ถ้าเราฉีดยาให้เขาตายเลย จะได้ไหมครับ เขาจะได้สบายซักที อยู่อย่างนี้ผมว่าเขาคงทรมาน พ่อของตะวันพูดขึ้นหลังจากที่มองเห็นแล้วว่า โอกาสที่จีจี้ส์จะกลับมาเป็นปกติ มีน้อยเต็มที
พ่อ!!! ตะวันแผดเสียงลั่น ไม่คิดว่าพ่อของตนจะพูดอย่างหมดกำลังใจ ได้มั้ยครับหมอ ให้เขาตาย
หมอ : คงไม่ฉีดให้นะคะ ถ้าเขาเหนื่อย เขาก็จะไปเองค่ะ ยังไงหมอขอตัวก่อน แล้วเดี๋ยวจะกลับมาดูอาการอีกทีนะคะ ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณหมอ ที่ก้มหน้าลงรับไหว้ ขอบคุณค่ะ
เท่าที่ฟังหมอพูดมา ตะวันก็ยังคงให้ความมั่นใจว่าจีจี้ส์ต้องหายแน่ๆ ยังไง ม่ามี๊ก็จะต้องดูแลจนหว่าหนูจะหายแน่ๆ จ๊ะ ตะวันทำน้ำเสียงเข้มแข็ง ในขณะที่พ่อไม่พูดอะไรแล้วในตอนนี้
13.50 น. จีจี้ส์ลุกขึ้นนั่งได้แล้ว คุณหมอเดินกลับเข้ามาดูอาการพอดี ที่นี้ทุกคนก็เริ่มยิ้มแล้ว เพราะว่าดูเหมือนจีจี้ส์จะกลับมาสดชื่น สุนัขตัวน้อยทำตาแป๋ว มองตะวัน และดูเหมือนจีจี้ส์จะยิ้มด้วย และหมอก็ถอดเอาอ๊อกซิเยนออก และเปลี่ยนจากสารแทนเลือด เป็นน้ำเกลือ เพื่อให้กลับบ้านได้
14.00น. เจ้าของและสัตว์ป่วยทั้งหลายเริ่มกลับกันหมดแล้ว แต่ตะวัน พ่อ และจีจี้ส์ ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล ยังคงอยู่ในห้องฉุกเฉิน ตะวันและพ่อช่วยกันจัดแจงตะกร้า และอุ้มจีจี้ส์ใส่ลงในตะกร้าอย่างช้าๆ จีจี้ส์ตัวเบาขึ้นมากเลยลูกเอ๊ยยย พ่อถือน้ำเกลือ ในขณะที่ตะวันอุ้มตะกร้า ทั้งสองเดินไปด้วยกัน ตะวันว่างจีจี้ส์ไว้ที่เก้าอี้ เพื่อรอจ่ายเงินค่ายา เลยเดินไปห้องน้ำ พอเดินกลับมา เห็นพ่อกำลังนั่งคุยอยู่กับจีจี้ส์ ลุกขึ้นมาทำไมละลูก นอนลงไป เดี๋ยวกลับบ้านกัน
ตะวันแปลกใจ ทำไมจีจี้ส์ถึงได้นั่งเอนๆ แบบนั้น ดวงตาโตใส ของจีจี้ส์เปลี่ยนไป มันโตและค้าง แขนขาเริ่มเหยียดอีกครั้ง .... จีจี้ส์เกร็งไปหมด ตะวันเองก็เริ่มใจไม่ดี ชักไม่ได้การแล้ว
หมอ!!! หมอ คะ ....." ตะวันวิ่งพล่านไปทั่ว หวังจะได้เจอหมอ หมอคะ !! ช่วยหมาหนูด้วย ช่วยด้วยค่ะ หมอทั้งโรงพยาบาล วิ่งกรูกันเข้ามา
หมอ : เป็นอะไรครับ
ตะวัน : มันเป็นอีกแล้วค่ะ มันจะไปอีกแล้ววววว
หมอ : เอาไปห้องฉุกเฉินเลย เร็ว!!!
หัวใจตะวันแตกสลายอีกครั้ง มองดูหมอสามสี่คน ช่วยกันอุ้มตะกร้า และปลดน้ำเกลือ วิ่งพาจีจี้ส์เข้าห้องฉุกเฉินเป็นครั้งที่สอง ตะวันเดินเหมือนคนไม่มีแรง ตามหมอไปที่ห้องฉุกเฉิน เกาะประตูมองดูหมอ ปั้มหัวใจจีจี้ส์ ครั้งแล้วครั้งเล่า และในที่สุด พวกเขาก็กู้ชีวิตจีจี้ส์ให้กลับมาหาตะวันอีกหน
14.10 น. ท่ามกลางความเงียบสงัด ภายในโรงพยาบาล ไม่มีสัตว์ป่วยและเจ้าของพลุกพล่านเหมือนตอนเช้า
หมอ : ตอนนี้เขากลับมาแล้วนะคะ
พ่อ : หมอครับ คือว่าอย่างนี้นะ ผมอยากทราบ เอาตรงๆ เลยก็ได้ครับ เขาจะรอดไหม เขาจะหายไหมครับ
หมอ : คือว่า ตอนนี้เขาหายใจแล้ว แต่ก็มีโอกาสเป็นอีก เขามีโอกาสน็อกแบบนี้อีกนะคะ ถ้าจะให้กู้ชีวิตก็ทำได้ค่ะ แต่ก็อาจจะเป็นอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
พ่อ : ถ้าเขาน็อกอีกครั้งก็มีโอกาสไปเลยใช่มั้ยครับ งั้นถ้าเราจะปล่อยให้เขาไปเลย....
หมอ : ถ้าเจ้าของต้องการแบบนั้นก็ได้ค่ะ เขาจะได้ไม่ทรมานอีก ตอนนี้หมอให้อ็อกซิเยนและให้สารแทนเลือดเขาต่อ เอาอย่างนี้นะคะ หมอจะอนุญาติให้เจ้าของเฝ้าเขาอยู่ที่นี่ได้นะคะ ตอนนี้โรงพยาบาลปิดทำการแล้ว จะเปิดอีกทีก็ช่วง หกโมงเย็นค่ะ คิดว่าคงจะยังไม่มีอะไร และหมอจะลงมาดูเป็นระยะๆ นะคะ
ถึงเวลาที่ตะวันต้องทำใจแล้วซินะ ฟังหมอพูดครั้งนี้ ใจอันเข็มแข็งที่ตะวันสะสมมาหายไปหมดแล้ว กำลังใจที่ตะวันมีมาตั้งแต่เช้า ก็หายไปหมดเหมือนกัน เหลือเพียงแค่เวลา...เวลาอันน้อยนิด ที่หมอยื้อชีวิตจีจี้ส์อยู่ ให้ตะวันได้ใกล้จีจี้ส์เท่านั้น ม่ามี๊จะนั่งเฝ้าหนูอยู่อย่างนี้ นั่งอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหน จะอยู่ใกล้ๆ หนู ให้หนูลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นม่ามี๊อยู่ตรงนี้นะลูกรัก ..."
เวลาผ่านไป จีจี้ส์คงจะเหนื่อยมากแล้วใช่ไหม ตะวันคิด .... จีจี้ส์ เสียงสั่นเครือ ที่ตะวันเรียก ทำให้จีจี้ส์ กระพริบตา และลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตะวันลูบไปที่ลำตัวผอมแห้งของจีจี้ส์ หางสั้นๆ ของมันก็กระดิกรับ หนูยังมีแรงกระดิกหางอีกเหรอลูก .... น้ำตาม่ามี๊หยดโดนตัวหนูด้วยนะ แต่มันคงไม่ช่วยให้หนูอาการดี ขึ้นหรอกเนอะ ม่ามี๊คิดไปเรื่อย คิดถึงปาฏิหารย์ คิดถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้บ่อยๆ ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อยของม่ามี๊ก็ได้ แต่มันก็เป็นได้แค่ ความฝันลมๆ แร้งๆ" ตะวันพร่ำพูดไปเรื่อยๆ หวังให้จีจี้ส์จดจำน้ำเสียงของเธอตลอดไป
17.00 น. จีจี้ส์ตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของมันโตมากๆ โตมากเกินกว่าสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคตา จีจี้ส์เป็นหมาตาโปนแต่มีน้ำตาน้อย จีจี้ส์เคยใช้ขาของมันขยี่ตา และเล็บของมันไปสะกิดโดนแก้วตาเป็นแผล ก่อนหน้านี้มันใกล้หายแต่ก็ยังต้องกระพริบตาถี่ๆ เป็นประจำ แล้วทำไมตอนนี้ตาหนูโตนักล่ะ ... จีจี้ส์มองดูตะวันตลอด เหลือกตา ไปมาเพื่อมองดูสิ่งต่างๆ รอบตัว จีจี้ส์ไม่หลับแล้ว จีจี้ส์พยายาม พลิกตัว และลุกขึ้นนั่ง แต่ตะวันกลัวว่าจีจี้ส์จะนั่งไม่ไหว มันไม่มีแรงแม้จะพยุงตัวขึ้นมานั่งเลย หมอเข้ามาดูอาการอีกครั้ง แล้วถามไถ่อาการ แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
17.30 น. จีจี้ส์พยายามเอาหัวออกจากที่ครอบอ็อกซิเยน แต่ตะวันกลัว ... กลัวว่า ที่มันหายใจอยู่ได้ตอนนี้เพราะอ็อกซิเยน ถ้าหนูเอาอ็อกซิเยนออกแล้ว หนูอาจจะไปจากม่ามี๊เร็วขึ้นนะลูก ตะวันพยายามจับเอาหัวของจีจี้ส์ใส่เข้าไปทีเดิมทุกครั้งที่มันเอาหัวออกมา อย่าเพิ่งจากม่ามี๊ไปนะ!!
17.55 น. หมอกลับมาอีกครั้ง ตะวันหายใจลึก ตัดสินใจถามหมอด้วยกำลังใจที่เหลืออยู่ทั้งหมด เราจะเอายังไงกันดีคะพี่หมอ เราจะลองเอาอ็อกซิเยนออกดีไหมคะ ถ้าเขาหายจะได้กลับบ้าน แล้ว...เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
หมอพยักหน้า และค่อยๆ ถอดที่ครอบหัวจีจี้ส์ โดยมีขาหน้าของจีจี้ส์ช่วยยันด้วย ดูเหมือนจีจี้ส์จะรำคาญ รำคาญมันใช่มั้ยลูก เอาออกแล้วนะ หนูจะไม่รำคาญมันอีก ตะวันพูดพลางลูบหัวจีจี้ส์ พี่หมอคะ เอาออกแล้ว รอดูอาการอีกซักแป๊บได้มั้ยคะ เผื่อว่ามันจะน็อกอีก
18.00 น. จีจี้ส์ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ไม่รู้ว่ามันเองแรงมาจากที่ไหน มันพยุงตัวเองขึ้นมา และอ้าปากส่งเสียง อ๊อก! คล้ายกับว่าจะอ้วกเอาอะไรออกมา ... และแล้ว ....สิ่งที่ตะวันไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยก็มาถึง จีจี้ส์ เริ่มเกร็งอีกครั้ง ตาค้างโต ..... ขาเริ่มยันตัวเองไว้ไม่ไหวอีกแล้ว.... และจีจี้ส์ก็ล้มลง หัวใจตะวันแทบจะหยุดเต้นตามไปด้วย ตะวันได้แต่ ร้องไห้โฮ ปากก็เรียกแต่ จีจี้ส์!! จีจี้ส์!! แต่จีจี้ส์ไม่ได้ยินเสียงของตะวันอีกแล้ว ตะวันอยากจะเอามือไปปั้มให้หัวใจของจีจี้ส์เต้น แต่ตะวันเองก็ไม่อยากเห็นจีจี้ส์ที่รักต้องทรมานอีก หมอวิ่งเข้ามาในห้องฉุกเฉิน เอามือจับตัวจีจี้ส์ ที่ยังกระตุกเป็นพักๆ .... หมอคว้าเอาเครื่องฟัง มาแนบหัวใจของจีจี้ส์อยู่ครู่นึง แล้วหมอก็พยักหน้า เขาไปแล้วค่ะ สิ้นเสียงหมอ ก็มีแต่เสียงร้องไห้ระงม ของตะวัน ปริ่มจะขาดใจเสียให้ได้ พ่อเข้ามาตบหลังปลอบใจ แต่ก็ช่วยอะไรตะวันไม่ได้เลย ม่ามี๊ยืนไม่อยู่แล้วลูกจ๋า ม่ามี๊เดินไม่ไหว จะก้าวขาเดินไปอุ้มหนูยังไม่ออกเลย จีจี้ส์.... หมอเดินไปหยิบถุงดำและจัดแจงอุ้มจีจี้ส์ที่ไม่มีลมหายใจแล้วลงในนั้น มันคงมืดมากใช่มั้ยลูกจ๋า หมอมัดปากถุงดำแล้ว ก็อุ้มลูกรักของม่ามี๊ลงในตะกร้า หมอเสียใจด้วยนะคะ
19.00 น. หลุมขนาดย่อมถูกจัดเอาไว้อย่างดี มีกลีบดอกไม้โรยอยู่ประปราย ตะวันบรรจงวางสุนัขแสนรักของเธอ ลงไปอย่างระมัดระวัง ไม่ลืมที่จะโปรยกลีบดอกไม้เล็กๆ ตามลงไปด้วย
จากก้อนดิน สู่พื้นดิน ต่อไปนี้จีจี้ส์จะได้หลับอย่างสบาย ไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ ลาก่อนลูกหมาของม่ามี๊
จากนี้ต่อไป บ้านนี้ก็คงจะขาดเสียงใสๆ ของจีจี้ส์ ไม่มีอีกแล้ว เวลาที่กลับบ้านมาจะมีลูกหมาตัวน้อยๆ วิ่งออกมารับ และตื่นเต้นดีใจทุกครั้ง ที่เรียกขึ้นรถเพื่อไปเที่ยว ไม่กลับมาอีกแล้ว ตาโตๆ ที่มาคอยออดอ้อนขอกินขนม คอยเขี่ยขาเพื่อเรียกร้องความสนใจเสมอ ลาก่อนลูกหมาตัวน้อย ลาก่อน จีจี้ส์ที่รัก....หวังว่าบนดาวดวงนั้น ลูกหมาของตะวันคงจะหลับสบาย...แล้วสักวันหนึ่งเขาทั้งสองจะได้พบกันอีก...
ลาก่อน
จีจี้ส์
.... เป็นงานเขียนจากเรื่องจริง .... ที่ภูมิใจมากเรื่องนึง
เลยขอเอามาเก็บไว้ ณ ที่นี่
หลายคนคงเคยอ่านมาหลายรอบแล้ว
แต่สำหรับช้อนชาฯ ไม่ว่าจะอีกกี่ปี
งานเขียนเรื่องนี้ ก็ทำให้น้ำตาไหลทุกครั้งที่อ่านมัน
คิดถึงจีจี้ส์ ที่สุดในโลก
ช้อนชาสีน้ำเงิน 